<

จับตาดูการเมืองพม่า

posted on 15 Jan 2016 13:01 by thongthais directory Lifestyle, Knowledge, Idea

ประเทศพม่าเลือกตั้งเสร็จมานานแล้ว จนวันนี้ ก็ยังไม่ได้ตัวประธานาธิบดี ซึ่งคาดว่าประมาณเดือน กุมภาพันธ์จะถึงนี้
ที่น่าสนใจคือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่

คราวก่อนพรรคนางซูจีชนะ แต่ทหารไม่ยอมรับ คราวนี้ รัฐบาลทหารพม่าไม่อ้าปากคัดค้านเรื่องผลการเลือกตั้ง แต่ผมกำลังรอดูว่า ตอนตั้งรัฐบาลจะเป็นอย่างไร เพราะ ซูจีบอกว่า เธอต้องใหญ่กว่าประธานาธิบดี

คือเป็นบิ๊กบราเธอร์ หรือพี่ใหญ่ หรือแบบซูสีไทเฮานั่งสั่งการ บงการอยู่ข้างหลังอีกที ผมมองว่า การเมืองพม่า ตราบใดที่ยังประสานรอยร้าว ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีมากมายในพม่าไม่ได้ ยากที่การเมืองพม่าจะนิ่ง

มุมมอง

posted on 15 Jan 2016 12:58 by thongthais directory Lifestyle, Knowledge, Idea

หลายปีที่ผมนั่งจับตามองเวทีการเมืองโลก ผมพบว่าประเทศที่เกิดใหม่ในโลกหลังการเปลี่ยนแปลงภายใน ถ้าไม่เป็นเผด็จการสุดขั้ว ก็จะเลือกรูปแบบ ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดี กึ่งรัฐสภา ไปใช้ปกครองประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่

ผมเคยอธิบายแล้วว่า แบบประธานาธิบดีแยกอำนาจ ข้อเสียคือ อำนาจประธานาธิบดีมีมากเกินไป คล้ายกับราชาธิปไตย ถ้าได้คนมาสวมอำนาจสวมตำแหน่งที่ไม่ดี จะอันตรายมากในรูปแบบนี้

ส่วนแบบรัฐสภาข้อเสียคือขาดเสถียรภาพ ขาดเอกภาพ ฝ่ายบริหารจะอ่อนแอ และ ฝ่ายนิติบัญัติไม่มีเอกเทศในการทำงาน ในรูปแบบนี้ การตรากฎหมายต่างๆต้องได้ความเห็นชอบจากฝ่ายบริหารก่อนเท่านั้นจึงจะผ่านสภาไปได้ จึงถูกมองว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา เพราะฝ่ายค้านจะเสนอกฎหมายใดที่ขัดกับนโยบายฝ่ายบริหารไม่ได้เลย และไม่สามารถแยกฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติออกจากกันเด็ดขาดได้ เพราะฝ่ายบริหารต้องอาศัยมือนิติบัญญัติในการผ่านร่างกฎหมายหรือรับรองมติต่างๆ นี่จึงเป็นจุดอ่อนระบบรัฐสภา

ส่วนกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา เป็นการสังเคราะห์เอาข้อดีของ 2 รูปแบบดังกล่าวมารวมกัน ประชาชนเลือกประธานาธิบดี ประธานาธิบดีแต่งตั้งนายก นายกไปจัดรัฐบาล และประชาชนเลือก ฝ่ายนิติบัญญัติด้วย มันมีข้อผ่อนปรนหรือยืดหยุ่นมากกว่า

edit @ 15 Jan 2016 12:59:06 by Koungwhal

โลกของชีวิต

posted on 18 Nov 2014 12:25 by thongthais directory Fiction, Lifestyle, Idea
บางครั้งชีวิตคนเรา ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจยาก
บางครั้งก็ดูสับสน ซ่อนเงื่อน
บางครั้งก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร
 
มากมายความรู้สึก ที่แฝงอยู่ในตัวคนเรา
บางครั้งก็มีเหตุผล บางครั้งก็ไร้ซึ่งเหตุผล
บางครั้งก็ดูเข้มแข็ง แข็งแกร่งดุจหินผา
บางครั้งสองแก้มก็อาบไปด้วยน้ำตา
เหมือนกับเด็กยังไม่หย่านม
 
หลายวันอารมณ์ก็ดูสดใส
อยากท่องไปอย่างเสรีในโลกกว้าง
มองเห็นพบเจอสิ่งใด ล้วนแต่มีความสุข
บางครั้งโลกทั้งใบก็กลายเป็นนรก
มีแต่สิ่งขวางหูขวางตา ฉาบเคลือบไปด้วยมายาคติ
ซึ่งมันยากเกินกว่าจะเข้าใจ
 
บางครั้งเราคิดว่า เราเชี่ยวชาญ เรารู้จักชีวิต
และสัมผัสโลกนี้ได้ดีพอ
แต่บางครั้งก็ทำให้เราได้รู้สึกว่า เรายังอ่อนหัด
ด้อยประสบการณ์ ไร้เดียงสา สำหรับการเรียนรู้ชีวิต
เรายังอยู่ไกลเกินกว่า คำว่า เชี่ยวชาญ
ยิ่งเราพบเจอกับสิ่งใหม่ๆ มากขึ้นเท่าใด
เรายิ่งรู้สึกว่า เรายังด้อยเสียเหลือเกิน
หรือชีวิตก็เป็นอย่างนี้เอง
เราเองต่างหากที่ไม่พยายาม เข้าใจ และเรียนรู้ที่จะใช้มัน
เราเองต่างหากใช่หรือไม่ที่พยายามที่จะหนีมัน และมีอิทธิพลเหนือมัน
ทั้งที่ในความเป็นจริง เราควบคุม หรือบงการอะไรมันไม่ได้เลย
แม้เพียงน้ำตาที่รินหยด หลั่งรดอาบสองแก้ม
เรายังไม่สามรถที่จะหยุดไม่ให้มันไหลออกมาได้เลย
 
ไม่มีใครรู้จักชีวิตและโลกนี้ได้ดีพอหรอก
ไม่มีใครควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญมากมาย
สิ้นลมหายใจไปพร้อมด้วยน้ำตา แห่งความเศร้าโศกและผิดหวังในชีวิต
แล้วเราเป็นใคร
เราก็เป็นเพียง ส่วนหนึ่ง ในวงโคจรของสิ่งมีชีวิต ในโลกใบนี้เท่านั้น
ที่ต้องดำเนินชีวิตให้เป็นไป ตามวัฎจักร ตามวงจรของมัน
และจากไปตามเวลาของมัน เราไม่สามสามารถ ควบคุมหรือกำหนดอะไรมันได้เลย
แม้แต่ ลมหายใจสุดท้าย ของตัวเราเอง เพราะชีวิตเราคือส่วนประกอบหนึ่งบนโลกใบนี้เท่านั้น
CoolTongue outUndecidedWinkYellMoney mouthEmbarassedFrown